รายงานวิจัย

สังคมศาสตร์ ธุรกิจ และกฎหมาย
ทุนสนับสนุนงานพื้นฐาน (Fundamental Fund)
2569
แนวทางการพัฒนาความสามารถทางดิจิทัลที่ส่งผลต่อความได้เปรียบทางการแข่งขันและผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรในจังหวัดน่าน
Guidelines for developing digital capabilities that affect the competitive advantage and performance of agribusiness entrepreneurs in Nan Province
ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนกระบวนการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล (Digital transformation) และใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม เพื่อก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ถือครองความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยเริ่มต้นด้วยรูปแบบเศรษฐกิจประเทศไทย 4.0 ที่มุ่งเน้นความก้าวหน้าและการพัฒนาดิจิทัลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ผลผลิตและประสิทธิภาพของคนไทย (สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล,2563, หน้า 20) การพัฒนาการเกษตรภายใต้เศรษฐกิจ BCG มุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อยกระดับรายได้ของเกษตรกร และสร้างความสามารถในการแข่งขันในภาค การเกษตรอย่างยั่งยืน การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ การลดการบุกรุกพื้นที่ป่า และผลกระทบจากการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประกอบกับประเทศไทยต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่คู่ค้ากำหนด ในปัจจุบันภาครัฐมีแนวทางการส่งเสริมด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้านการเกษตรที่สอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG ได้แก่ การปรับรูปแบบการผลิตไปสู่การเกษตรสมัยใหม่ (Smart Farming) โดยนำเทคโนโลยี/นวัตกรรม สมัยใหม่มาช่วยในการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการตลาด/พฤติกรรมผู้บริโภค โดยการปรับเพิ่มผลิตภาพ การผลิต (Productivity) เพื่อลดต้นทุนการผลิต รวมถึงแนวทางการให้ความรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การพัฒนาเกษตรกรให้ยกระดับเป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถของเกษตรกร และการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสู่มาตรฐานในระดับสากลรูปแบบต่าง ๆ (สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย, 2566) จังหวัดน่านเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ แผนแม่บทการพัฒนาต่างๆ โดยจังหวัดน่านได้กำหนดเป้าหมายในการพัฒนาจังหวัดน่านในระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 – 2570 เพื่อพลิกโฉมการพัฒนาเดินหน้า สร้างเมืองน่านเมืองแห่งความสุข ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีสังคมร่มเย็น เศรษฐกิจได้รับการต่อยอดและสร้างมูลค่าอย่างสร้างสรรค์และเติบโตอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยในประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ 2 สุขเศรษฐกิจสร้างสรรค์และมูลค่าสูง : เพื่อส่งเสริม สนับสนุน การเพิ่มขีดความสามารถ ด้านการแข่งขัน ทั้งในเชิงโครงสร้างและภาคการผลิต อุตสาหกรรมและบริการ ด้วยองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าสูง (แผนพัฒนาจังหวัดน่าน (พ.ศ. 2566 – 2570) หน้า 1) โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเกษตร ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย และเป็นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้เข้าประเทศจำนวนมากและเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้วัตถุดิบในประเทศเกือบทั้งหมด ช่วยให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก ยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร โดยการแปรรูปและพัฒนาวัตถุดิบจากผลิตผลการเกษตร โดยใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่และภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและบรรจุภัณฑ์ที่ตอบสนองกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศได้ อีกทั้ง จังหวัดน่านยังมีจุดเด่นด้านการเกษตรที่สำคัญคือ มีสภาพภูมิศาสตร์เหมาะสมต่อการผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง เช่น พืชเศรษฐกิจ (มะม่วง, กาแฟ, ลำไย, ส้ม, ชา, สมุนไพร) ปศุสัตว์ (โคเนื้อ, ไก่พื้นเมือง, ไก่ไข่, แพะ, แกะ) และประมง (ปลาดุก, ปลานิล) และที่สำคัญมีการรวมกลุ่มเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรที่เข้มแข็ง เช่น กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่, กลุ่มเกษตรแปรรูป, Agro Industrial Cluster, กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และ กลุ่ม Young Smart Farmer และมีศูนย์คัดแยกสินค้าในพื้นที่ที่ได้มาตรฐานหลายแห่ง แสดงถึงความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรในจังหวัดน่าน แต่อย่างไรก็ตาม ยังพบปัญหาในด้านผลิตและราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และพบว่าจุดอ่อนที่เป็นประเด็นสำคัญคือ ด้านการแปรรูปที่ยังไม่ได้การรับรองมาตรฐาน รวมไปถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการแปรรูปที่ไม่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม ด้านการตลาด ที่ไม่ได้ใช้การตลาดนำการผลิต ทำให้ผลผลิตออกมามากเกินความต้องการของตลาด ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ และเกษตรกรมีแนวโน้มมีอายุสูงขึ้นและยังมีวิถีการทำแบบดั้งเดิม ขาดความรู้ ทักษะด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมการผลิต และที่สำคัญสภาพของภูมิประเทศของจังหวัดไม่เอื้อต่อการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งสินค้าการเกษตรสูงทำให้เสียเปรียบในการแข่งขัน (แผนพัฒนาจังหวัดน่าน (พ.ศ. 2566 – 2570) หน้า 67-68) จากปัญหาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่ซ่อนอยู่ภายในหนึ่งในนั้นคือปัญหาการควบคุมผลผลิตและต้นทุนที่สูงเกินไป ดังนั้น การยกระดับศักยภาพของเกษตรกรรายย่อยให้เป็นผู้ประกอบการธุรกิจ ด้วยการเสริมสร้าง เศรษฐกิจฐานรากโดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยให้มีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งตนเอง ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน สนับสนุนให้เกษตรกรเรียนรู้ทางการเกษตรผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) พัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer ) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเกษตรกร และ ยกระดับเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการเกษตรที่มีศักยภาพ ดังนั้น การสร้างความเข้มแข็งของสถาบันเกษตรกร (สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร) ให้เป็นผู้ประกอบการยุคใหม่ที่ก้าวทันและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ในการสร้าง มูลค่าให้กับสินค้าเกษตรและบริการ การขยายช่องทางการตลาด การสร้างตราสินค้าให้เป็นที่ยอมรับและการใช้ ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ รวมทั้งการปรับตัวสู่ธุรกิจรูปแบบใหม่ ๆ ในการขับเคลื่อนธุรกิจ สนับสนุนความรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการส่งเสริมและพัฒนาสถาบันเกษตรกรต้นแบบเพื่อให้กิจการของสถาบันเกษตรกรมีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ จึงเป็นแนวทางที่สำคัญจะช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจสามารถที่จะอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลง (แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดน่าน ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2567) หน้า 79-80) จากการทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องพบว่า นักวิชาการส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับแนวคิดความสามารถทางดิจิทัล (Digital Capability) เช่น Permana, et al., (2019, p. 6) ได้ให้ความสำคัญกับความสามารถทางดิจิทัลที่เป็นหนึ่งในแนวทางที่มุ่งเน้นในการพัฒนาความได้เปรียบทางการแข่งขันขององค์กรธุรกิจ โดยความสามารถทางดิจิทัล เป็นความสามารถของธุรกิจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ สอดคล้องกับการศึกษาที่ผ่านมาของ Soule, Puram, Westerman and Bonnet (2016, p.3) ที่ได้ทำการสัมภาษณ์และสำรวจองค์กรมากกว่า 150 องค์กร พบว่า องค์กรต่างๆ เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงและองค์กรจำเป็นต้องสร้างความสามารถทางดิจิทัล เพื่อปรับปรุงการมีส่วนร่วมของลูกค้า การดำเนินงานภายในหรือการมีส่วนร่วมของพนักงาน ดังนั้น การเป็นองค์กรดิจิทัลจึงประกอบไปด้วย 2 ส่วนที่สำคัญคือ ความสามารถด้านดิจิทัล (Digital Capability) ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีบูรณาการช่องทางดิจิทัลเพื่อติดต่อสื่อสาร ปฏิสัมพันธ์ตอบสนองความคาดหวังของลูกค้า การใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานร่วมกันข้ามหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาทักษะและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมกันทั้งองค์กร และความชำนาญด้านดิจิทัล (Digital Dexterity) ที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับบทบาทหน้าที่และความสัมพันธ์ด้วยความสามารถแบบพลวัต (Dynamic) องค์กรดิจิทัลสามารถใช้ประโยชน์จากตัวเลือกดิจิทัลใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วเมื่อต้องเผชิญกับความคาดหวังของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงรวมถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจและกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนภายใน (จันทร์จิรา เหลาราช, 2563, หน้า 231) จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่า การปรับตัวของผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรในยุคการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล (Digital transformation) เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนากระบวนการผลิต การแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน เพื่อตอบสนองกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภค เพื่อลดต้นทุนการผลิตและสามารถยกระดับความสามารถทางการแข่งขันได้ จึงมีความจำเป็นที่ธุรกิจจะต้องพัฒนาความสามารถทางดิจิทัล ซึ่งเป็นความสามารถที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจ และเป็นกระบวนการแปลงทรัพยากรของธุรกิจไปสู่สินค้าหรือบริการที่มีคุณค่า จะช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันได้และนำไปสู่ผลประกอบการที่เพิ่มขึ้น (ชาญชัย เมธาวิรุฬห์และสุดารัตน์ เกลี้ยง สะอาด, 2567,หน้า 76 ) นอกจากนี้ ยังมีวรรณกรรมที่สนับสนุนความสามารถทางดิจิทัลที่ส่งผลต่อความได้เปรียบทางการแข่งขันและผลการดำเนินงานของธุรกิจ(Permana, et al., (2019) ; Aditiawarman and Wahyuni (2022) ; Davies, et al., (2023) ; Freitas Junior, J. C. D. S.(2018) ; Heredia, et al., (2022) ; Khin and Ho (2019) ; Wang, Ahmad and Xue (2022) ; Yasa, Ekawati and Rahmayanti (2019) ; ชาญชัย เมธาวิรุฬห์และสุดารัตน์ เกลี้ยงสะอาด (2567)) ดังนั้น จากการทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องข้างต้น ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษา แนวทางการพัฒนาความสามารถทางดิจิทัลที่ส่งผลต่อความได้เปรียบทางการแข่งขันและผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรในจังหวัดน่าน ซึ่งผลการศึกษาวิจัยนี้จะช่วยให้เกิดองค์ความรู้ใหม่และความชัดเจนมากขึ้นถึงความสัมพันธ์ของความสามารถทางดิจิทัล (Digital Capability) ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความได้เปรียบทางการแข่งขัน (Competitive Advantage) และผลการดำเนินงานของธุรกิจ (Business Performance) จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อนักวิชาการที่มีความสนใจในแนวคิดนี้สามารถนำไปศึกษาเพิ่มเติม นอกจากนั้น ผู้บริหาร ผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชน สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการองค์กร โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรที่เข้มแข็ง เช่น กลุ่ม Smart Farmer, กลุ่ม Young Smart Farmer กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่, กลุ่มเกษตรแปรรูป, Agro Industrial Cluster และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สามารถนำแบบจำลองไปใช้ในการพัฒนาความสามารถขององค์กรผ่านการใช้ความสามารถทางดิจิทัล เพื่อให้ธุรกิจมีความได้เปรียบทางการแข่งขันและนำไปสู่ผลการดำเนินงานของธุรกิจบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงมุ่งที่จะตอบคำถามการวิจัย ดังต่อไปนี้ คำถามการวิจัย 1. ความสามารถทางดิจิทัลส่งผลต่อความได้เปรียบทางการแข่งขันและผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรในจังหวัดน่าน หรือไม่ อย่างไร 2. แนวทางการพัฒนาความสามารถทางดิจิทัลที่ส่งผลต่อความได้เปรียบทางการแข่งขันและผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรในจังหวัดน่าน เป็นอย่างไร วัตถุประสงค์ของงานวิจัย 1) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของความสามารถทางดิจิทัลที่ส่งผลต่อความได้เปรียบทางการแข่งขันและผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรในจังหวัดน่าน 2) เพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาความสามารถทางดิจิทัลที่ส่งผลต่อความได้เปรียบทางการแข่งขันและผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรในจังหวัดน่าน สมมติฐานการวิจัย สมมุติฐาน H1 : ความสามารถทางดิจิทัลที่ส่งผลทางตรงต่อผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรในจังหวัดน่าน สมมุติฐาน H2 : ความสามารถทางดิจิทัลที่ส่งผลทางตรงต่อความได้เปรียบทางการแข่งขันของผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรในจังหวัดน่าน สมมุติฐาน H3 : ความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ส่งผลทางตรงต่อผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรในจังหวัดน่าน สมมุติฐาน H4 : ความสามารถทางดิจิทัลที่ส่งผลทางอ้อมต่อผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรในจังหวัดน่าน โดยผ่านความได้เปรียบทางการแข่งขัน ประโยชน์ของการวิจัย ผลจากการศึกษานี้จะเป็นแนวทางในการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรในจังหวัดน่าน ให้มีความสามารถทางดิจิทัล เพื่อพัฒนาศักยภาพของธุรกิจให้มีความได้เปรียบทางการแข่งขันและนำไปสู่ผลการดำเนินงานของธุรกิจบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ผู้บริหาร ผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร เช่น กลุ่ม Smart Farmer, กลุ่ม Young Smart Farmer, กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่, Agro Industrial Cluster และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สามารถนำไปใช้การบริหารจัดการองค์กรเพื่อปรับเปลี่ยนองค์กรภายใต้สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลต่อไปได้
ความสามารถทางดิจิทัล, ความได้เปรียบทางการแข่งขัน, ผลการดำเนินงานของธุรกิจ, ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร, จังหวัดน่าน