รายงานวิจัย

สังคมศาสตร์ ธุรกิจ และกฎหมาย
ทุนสนับสนุนงานพื้นฐาน (Fundamental Fund)
2569
การวิเคราะห์รูปแบบการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการขับเคลื่อนเทศบาลเมืองน่านสู่เมืองอัจฉริยะ
Analysis of the model for promoting knowledge, understanding and participation of citizens in driving Nan Municipality towards a smart city.
ในปัจจุบันมีจำนวนประชากรในเมืองกำลังเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว และคาดว่าในปี ค.ศ. 2050 ทั่วโลกจะมีคนอาศัยในเขตเมืองเพิ่มเป็น 2 เท่า (IEEE Smart Cities. ออน-ไลน์ : 2567 ) โดยทวีปเอเชียคนเมืองจะมีมากเป็นเท่าตัว และในปี ค.ศ. 2020 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดปัญหามากขึ้นไม่ว่าจะเป็นอาชญากรรม ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ปัญหาการเดินทางและขนส่ง ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาคนในชุมชน ปัญหาการจัดการภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาสิ่งแวดล้อม ดังนั้นเทคโนโลยีจึงถูกนำมาช่วยแก้ปัญหา และพัฒนาชีวิตคนเมืองรวมถึงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทำให้เกิดแนวคิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในการวางระบบโครงสร้างพื้นฐานและระบบงานบริการสาธารณะเพื่อเพิ่มศักยภาพให้เมืองมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ที่อยู่อาศัยและคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี เมืองอัจฉริยะ Smart City คือเมืองที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยและชาญฉลาด (เมืองอัจฉริยะ. ออน-ไลน์ : 2567 ) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการและการบริหารจัดการเมือง ลดค่าใช้จ่ายและการใช้ทรัพยากรของเมืองและประชากรเป้าหมาย โดยเน้นการออกแบบที่ดี และการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจและภาคประชาชนในการพัฒนาเมือง ภายใต้แนวคิดการพัฒนา เมืองน่าอยู่ เมืองทันสมัย ให้ประชาชนในเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข อย่างยั่งยืน การพัฒนาเมืองอัจฉริยะมีมิติการพัฒนาได้หลายด้าน มีมิติที่สำคัญ 7 ด้านคือ 1) สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) 2) การเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) 3) การดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) 4) พลเมืองอัจฉริยะ (Smart People) 5) พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) 6) เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) 7) การบริหารภาครัฐอัจฉริยะ (Smart Governance) ประเทศไทยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ โดยถือเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน (คู่มือเกณฑ์การประเมินแผนการเป็นเมืองอัจฉริยะ. ออน-ไลน์.2566) และได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะขึ้นตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 267/2560 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2560 โดยมีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐกิจ สังคม และโทรคมนาคม เป็นกรรมการ และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทลั (depa) เป็นกรรมการและเลขานุการ ซึ่งคณะกรรมการฯ นี้มีอำนาจหน้าที่ในการเสนอร่างยุทธศาสตร์และแผนแม่บทการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ โดยมีการจัดตั้งสำนักงานเมืองอัจฉริยะ เป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีภารกิจในการจัดทำแผนแม่บท แผนปฏิบัติการและการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศตามแนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ พร้อมบูรณาการติดตามประเมินผลการดำเนินงานและให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของประเทศให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แผนการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ได้แก่ ปีที่ 1 (พ.ศ. 2561 - 2562) พัฒนาเมืองอัจฉริยะ 10 พื้นที่ใน 7 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต ขอนแก่น เชียงใหม่ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และกรุงเทพมหานคร ปีที่ 2 (พ.ศ. 2562 - 2563) พัฒนาเมืองอัจฉริยะ 30 พื้นที่ใน 24 จังหวัด ได้แก่่ เชียงราย พิษณุโลก น่าน อุบลราชธานี อุดรธานี หนองคาย นครพนม มุกดาหาร กระบี่ พังงา สงขลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล นครศรีธรรมราช และระนอง และ ปีที่ 3 – 5 (พ.ศ. 2563 - 2565) ขยายเมืองอัจฉริยะผ่านการรับสมัครเมืองอัจฉริยะ และคาดว่าจะครอบคลุมการให้บริการเมืองอัจฉริยะ และระบบ City Data Platform 100 พื้นที่ใน 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร สำหรับขอบเขตของ Smart city ไม่สามารถให้คำจำกัดความได้ครอบคลุมกับทุกเมือง แต่จะแตกต่างกันไปตามแต่ละเมือง โดยขึ้นอยู่กับระดับการพัฒนาของเมืองนั้น ๆ โดย ประเทศไทยมีสำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย (สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล, 2563) ทั้งนี้เทศบาลเมืองน่าน (บทสรุปผู้บริหารการพัฒนาเทศบาลเมืองน่านสู่เมืองอัจฉริยะ. ออน-ไลน์ : 2567 ) มีแผนจะจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศเทศบาลเมืองน่าน เพื่อทำการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดภายใต้การบริหารจัดการของเทศบาลเข้าด้วยกัน ร่วมกับผู้ให้บริการฐานข้อมูล ภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อลดภารระในการดูแลและจัดทำห้องเซิร์ฟเวอร์ โดยกำหนดแนวทางการใช้งานและ โครงสร้างการจัดทำฐานข้อมูลเมืองหรือ City Data Platform ที่ชัดเจน อาทิ ข้อมูลประชากร ข้อมูลสถานประกอบการ ต่างๆ ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ของโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และยังบูรณาการเข้ากับข้อมูลจาก IoTs หรือ Sensor ต่างๆ และมีการกำหนดการจัดเก็บ เข้าถึงข้อมูลและการเปลี่ยนข้อมูลผ่าน Gateway API และ VPN ในรูปแบบของ Web Service กับหน่วยงานในสังกัดเทศบาล หน่วยงานราชการหรือประชาชน และระบุสิทธิหรือชั้นในการเข้าถึงข้อมูลอย่าง ชัดเจนเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล ตามหลักธรรมาภิบาลข้อมูล โดยเน้นย้ำถึงความปลอดภัยของข้อมูลหรือ Data Security อาทิการอัพเดตหรือปรับปรุงรหัสผ่าน โครงสร้างของ API และ VPN ทุก 3 เดือน การใช้ระบบ LDAP หรือ OTP ในการยืนยันสิทธิการเข้าถึงข้อมูล และความเป็นส่วนตัวของข้อมูลหรือ Data Privacy ตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (Personal Data Protection Act; PDPA) รวมถึงยังมีการประเมินการทำงานหรือ ตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอกหรือประชาชน เพื่อความโปร่งใสในการบริหารจัดการข้อมูล ซึ่งในการบริหารจัดการและขับเคลื่อนโครงการ เทศบาลเมืองน่านได้จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาสู่ความยั่งยืนของ เทศบาลเมืองน่าน โดยมีเครือข่ายภาคีภาคเอกชน เข้ามามีบทบาทร่วม พัฒนาเมือง รวมถึงจัดตั้งศูนย์เทศบาลน่าน เพื่อการประสานความร่วมมือของชุมชนเพื่อสอดคล้องกับ ความต้องการในพื้นที่เพื่อรองรับต่อการเป็นเมืองอัจฉริยะ และในปี 2565 เทศบาลเมืองน่านได้ผ่านการรับรองตราสัญลักษณ์เป็นเมืองอัจฉริยะ จากคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและบริหารโครงการเมืองอัจฉริยะและได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (เมืองอัจฉริยะ. ออน-ไลน์ : 2567 ) การขับเคลื่อนสู่การพัฒนาเป็นเมืองอัจฉริยะของเทศบาลเมืองน่าน นั้นจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจ รัฐบาล โดยเฉพาะภาคประชาชนในพื้นที่เนื่องจากประชาชนถือเป็นกลไกที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาท้องถิ่น ทั้งนี้ เมืองอัจฉริยะ เป็นสิ่งใหม่สำหรับประชาชนเทศบาลเมืองน่าน ถ้าหากประชาชนยังมีความรู้ความเข้าใจไม่ชัดเจน ก่อให้ประชาชนไม่ให้ความสนใจจะเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้เสียโอกาสที่จะใช้สิทธิ์ของตนในการช่วยกันพัฒนาท้องถิ่น ให้เจริญก้าวหน้า แต่หากศึกษาการวิเคราะห์รูปแบบการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการขับเคลื่อนเทศบาลเมืองน่านสู่เมืองอัจฉริยะ เพื่อนำผลที่ได้เป็นข้อมูล ข้อเสนอแนะ ในการปรับปรุงและวางแผนนโยบายแก่หน่วยงานของเทศบาลเมืองน่าน อันจะเป็นพลังขับเคลื่อนในปัจจุบันและในอนาคต จะเป็นประโยชน์ในการการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
การวิเคราะห์, ความรู้ความเข้าใจ, การมีส่วนร่วม, เทศบาล, เมืองอัจฉริยะ,Analysis, Knowledge and Understanding, Participation, Municipality, Smart City.